in , , ,

ประวัติ มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล — Pottermore

**ข้อตกลงในการอ่าน-ใช้งาน**:
☞ [Spoiler] บทความนี้อาจมีข้อมูล Spoiler เกี่ยวกับ Pottermore.com คุณมีสิทธิ์เลือกที่จะไม่อ่านข้อความด้านล่าง แล้วค่อยอ่านด้วยตัวเองตอนเล่น Pottermore ด้วยตัวเอง
☞ หากนำบทความนี้ไปใช้(ไม่ว่าเพื่อใช้เรียบเรียงหรือใช้ทั้งหมด) กรุณาให้เครดิต โดยระบุชื่อผู้แปลและ URL บทความต้นฉบับ ให้ชัดเจนด้วยนะคะ
☞ แปลไทยและเรียบเรียงโดย: Renaissance HP-Platform934.com

 

ประวัติ มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล

 

ข้อมูลใหม่จาก J.K. Rowling แปลไทยโดย HP-Platform934

 

ข้อมูลส่วนตัว

วันเกิด: 4 ตุลาคม
ไม้กายสิทธิ์: ไม้เฟอร์ กับแกนกลางบรรจุ เอ็นหัวใจมังกร ความยาวเก้านิ้ว½ และแข็ง
บ้านฮอกวอตส์: กริฟฟินดอร์
ความสามารถพิเศษ: แอนนิเมจัส (แมวลายสีน้ำตาลเทาที่มีตำหนิเด่นชัด)
เชื้อสาย: พ่อเป็นมักเกิ้ล และ แม่เป็นแม่มด
ครอบครัว: สามีชื่อ เอลฟินสโตน เออร์ควอร์ต (Elphinstone Urquart), เสียชีวิตแล้ว, ไม่มีบุตร
งานอดิเรก: งานเย็บปักถักร้อย, ตรวจบทความใน Transfiguration Today, ชมควิดดิช, เชียร์ทีมหมอนโทรส แมกไพส์ (Montrose Magpies)

 

 

ชีวิตในวัยเด็กของ มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล

มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล (Minerva McGonagall) เป็นลูกคนแรกและลูกสาวคนเดียวของพระผู้สอนศาสนาชาวสก็อตแลนด์ นิกายเพรสไบทีเรียน(presbyterian) และ แม่มดผู้จบการศึกษาจากฮอกวอตส์   มิเนอร์ว่าเติบโตขึ้นทางตอนเหนือของประเทศสก็อตแลนด์ในช่วงต้นศตวรรษที่ 20 (พื้นที่ Highland of Scottish เป็นพื้นที่ภูเขาและที่ราบสูง – ผู้แปล)  และค่อยๆตระหนักว่ามีบางสิ่งบางอย่างแปลกๆ ทั้งเกี่ยวกับความสามารถของเธอ และการแต่งงานของพ่อแม่เธอ

พ่อของมิเนอร์ว่า บาทหลวงโรเบิร์ต มักกอนนากัล (Reverend Robert McGonagall) ได้ประทับใจและตกหลุมรักไอโซเบล รอส (Isobel Ross) ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านเดียวกัน     เช่นเดียวกันกับเพื่อนบ้านในหมู่บ้าน..โรเบิร์ตเชื่อว่าไอโซเบลเข้าเรียนที่โรงเรียนประจำหญิงล้วนในประเทศอังกฤษ   ซึ่งตามความจริง เมื่อไอโซเบลหายไปจากบ้านของเธอเป็นเวลาเดือนๆแต่ละครั้ง มันคือการไปเรียนที่โรงเรียนคาถาและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์ต่างหากที่เธอไป

เพราะทราบว่าพ่อและแม่ของเธอ (พ่อมดและแม่มด) จะไม่ยอมรับกับความสัมพันธ์จริงจังระหว่างเธอกับมักเกิ้ลหนุ่ม   ไอโซเบลจึงเก็บความสัมพันธ์ที่ผลิดอกเติบโตขึ้นเป็นความลับ  เมื่อเธออายุ 18 ปี เธอได้ตกหลุมรักกับโรเบิร์ต แต่โชคไม่ดี ที่เธอรวบรวมความกล้าได้ไม่เพียงพอเพื่อบอกโรเบิร์ตว่าจริงๆแล้วตัวเธอเป็นใคร

ทั้งคู่หนีตามกันไปพร้อมความโกรธจัดของพ่อแม่ทั้งสองฝ่าย  แม้ตอนนี้เธอได้จากไปจากครอบครัวของเธอแล้ว แต่ไอโซเบลก็ไม่สามารถทำลายความสุขอันล้นพ้นในฮันนีมูนด้วยการฟาดหน้าสามีใหม่ของเธอ ด้วยการบอกว่าเธอเรียนจบและเป็นนักเรียนอันดับหนึ่งในวิชาคาถาที่ฮอกวอตส์ หรือ เธอเคยเป็นกัปตันทีมควิดดิชของโรงเรียน ..  โรเบิร์ตและไอโซเบลย้ายไปอยู่ที่บ้านพักของบาทหลวงที่แถบชานเมืองเคทเนสส์ (Caithness) ที่ที่ไอโซเบลผู้งดงามพิสูจน์ให้เห็นอย่างอัศจรรย์ว่าสามารถใช้เงินเดือนอันน้อยนิดของบาทหลวงให้คุ้มค่าที่สุด

การกำเนิดลูกคนแรกชื่อ มิเนอร์ว่า ของคู่สามีภรรยาหนุ่มสาว พิสูจน์ให้เห็นทั้งความสุขและวิกฤต….

ด้วยความคิดถึงครอบครัวและชุมชนผู้วิเศษที่ไอโซเบลได้ทิ้งมันไปเพื่อความรัก เธอได้ยืนยันให้ลูกสาวแรกเกิดใช้ชื่อตามคุณยาย ผู้ซึ่งเป็นแม่มดผู้มีความสามารถมากหลาย (*ยายของไอโซเบล มีศักดิ์เท่ากับทวดของศ.มักกอนนากัล – ผู้แปล)    ชื่อที่น่าประหลาดนี้สร้างความแปลกใจในชุมชนที่เธออาศัยอยู่     และหลวงพ่อโรเบิร์ต มักกอนนากัลก็พบว่ามันเป็นเรื่องยากที่จะอธิบายให้ผู้ที่อาศัยอยู่ในแถบ(parishioners)เข้าใจเรื่องชื่อที่ภรรยาเลือก    นอกจากนี้ เขายังถูกเตือนภัยโดยอารมณ์อันหงุดหงิดของภรรยา  แต่เพื่อนของบาทหลวงก็รับรองว่าผู้หญิงมักอารมณ์ไม่แน่นอนหลังคลอดทารก และไอโซเบลอาจจะกลับมาเป็นตัวของตัวเองอีกครั้ง ในอีกไม่นาน

ตอนนั้น ไอโซเบลรู้สึกไม่มั่นใจระหว่างความกลัวและความภาคภูมิใจ  เธอรู้ว่าเธอต้องสารภาพความจริงกับโรเบิร์ต ก่อนที่เขาจะพบเห็นบางอย่างที่สามารถเตือนเขาได้   ท้ายที่สุดแล้ว เมื่อโรเบิร์ตถามคำถามออกมานิ่งๆ   ไอโซเบลปล่อยโฮ และดึงไม้กายสิทธิ์ของเธอออกมาจากกล่องที่ถูกล็อกซึ่งวางอยู่ใต้เตียงของเธอ และแสดงให้เขาเห็นถึงสิ่งที่เธอเป็น

ถึงแม้ว่ามิเนอร์ว่าจะเด็กเกินไปที่จะจำได้ว่าเกิดอะไรขึ้นในคืนนั้น  แต่ผลที่ตามมาของมัน..ได้ทิ้งเธอไว้กับความเข้าใจอันขมขื่นเกี่ยวกับความยุ่งยากของการเติบโตและมีเวทมนตร์ในโลกมักเกิ้ล

และแม้ว่าโรเบิร์ต มักกอนนากัลยังรักภรรยาของเขาไม่น้อยลงเมื่อรู้ว่าเธอเป็นแม่มด แต่เขาก็ช็อกอย่างหนักกับสิ่งที่เปิดเผย และกับความจริงที่เธอได้ปิดบังเขามายาวนาน   แล้วมันยังมีอะไรมากกว่านี้อีกหนะหรือ..หลวงพ่อ ผู้ซึ่งภาคภูมิใจกับความซื่อตรงและการเป็นคนที่ซื่อสัตย์ของตัวเอง ตอนนี้เขาถูกลากเข้าไปสู่ชีวิตที่ต้องปกปิดซึ่งเป็นโลกที่แตกต่างต่อธรรมชาติของเขา   ไอโซเบลอธิบายท่ามกลางเสียงสะอื้น ว่าเธอ (รวมถึงลูกสาวของพวกเขา) ถูกผูกมัดด้วยกฎหมายปกปิดนานาชาติ และด้วยเหตุนี้พวกเขาต้องปกปิดความจริงเกี่ยวกับตัวเอง ไม่เช่นนั้นก็ต้องเลือกที่จะเผชิญกับความเดือดดาลของกระทรวงเวทมนตร์   … โรเบิร์ต ยังหวั่นใจ กลัวว่าคนในท้องถิ่น – ทั้งคนในคณะ, คนที่เคร่งครัด, คนที่ทำตามกฏและยอมสละไม่ทำสิ่งสนุกๆเพราะผิดกฏ, และผู้ที่สืบธรรมเนียมปฏิบัติ – จะรู้สึกอย่างไรเกี่ยวกับการมีแม่มดเป็นภรรยาของพระผู้สอนศาสนา

ความรักยังคงอยู่  แต่ความไว้ใจระหว่างพ่อแม่ของศาสตราจารย์มักกอนนากัลสลายไปแล้ว   และมิเนอร์ว่า เด็กที่ฉลาดและช่างสังเกตได้รับรู้สิ่งนี้พร้อมกับความโศกเศร้า    เมื่อมีเด็กอีกสองคน..เป็นลูกชายทั้งคู่..มาสู่ครอบครัวมักกอนนากัล  และทั้งสอง..ตามตำราเดียวกัน..แสดงให้เห็นความสามารถทางเวทมนตร์   มิเนอร์ว่าช่วยแม่ของเธออธิบายกับมัลคอล์ม และ โรเบิร์ตจูเนียร์ ว่าพวกเขาต้องไม่โอ้อวดเวทมนตร์ของพวกเขา และ ต้องช่วยแม่ของเขาในการปกปิดจากพ่อของพวกเขาเรื่องอุบัติเหตุและเรื่องน่าลำบากใจที่เกิดขึ้นจากเวทมนตร์ของพวกเขาในบางครั้ง

มิเนอร์ว่าใกล้ชิดกับพ่อมักเกิ้ลของเธอมาก ผู้ซึ่งเธอมีนิสัยใจคอคล้ายคลึงมากกว่าแม่ของเธอ  เธอเห็นพร้อมกับความเจ็บปวดว่าเขาต้องบากบั่นกับเหตุการณ์แปลกๆของครอบครัวเพียงใด  และเธอก็รู้สึกได้เหมือนกัน..ว่ามันตรึงเครียดเพียงใดสำหรับแม่ของเธอ ที่จะต้องทำตัวให้อยู่ร่วมกับทุกอย่างในหมู่บ้านมักเกิ้ล และทั้งความคิดถึงของแม่เธอต่ออิสรภาพที่ได้อยู่กับคนแบบเดียวกันและได้ใช้พรสวรรค์ที่มี   มิเนอร์ว่าไม่เคยลืมที่แม่ของเธอร้องไห้เมื่อจดหมายรับเข้าเป็นนักเรียนโรงเรียนคาถาและเวทมนตร์ศาสตร์ฮอกวอตส์มาถึงเมื่อวันเกิดปีที่ 11 ของมิเนอร์ว่า   เธอรู้ว่าที่ไอโซเบลสะอื้นไม่ใช่เพียงเพราะไม่มีความภูมิใจ แต่ยังไม่รู้สึกอิจฉาตาร้อนอีกด้วย

 

 

มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล ระหว่างเรียนที่ฮอกวอตส์



มักเป็นแบบนี้เสมอกับกรณีของพ่อมดหรือแม่มดเด็กที่มาจากครอบครัวที่ต้องฝ่าฟันกับความสามารถวิเศษทางเวทมนตร์ สำหรับมิเนอร์ว่า มักกอนนากัล ฮอกวอตส์เป็นสถานที่ที่จะได้ปลดปล่อยความสนุกสนานและเสรีภาพ

มิเนอร์ว่า ได้รับความสนใจอย่างไม่ปกติต่อตัวเธอเองในค่ำวันแรกของเธอ เมื่อเธอเผยให้เห็นว่าเป็นพวก Hat Stall  หลังจากผ่านไปห้ากับอีกครึ่งนาที หมวกคัดสรร..ที่รวนเรเลือกไม่ถูกระหว่างบ้านเรเวนคลอกับกริฟฟินดอร์ ก็ได้ส่งมิเนอร์ว่าไปบ้านอันหลัง  (หลายปีต่อมา สถานการณ์นี้ได้กลายเป็นหัวข้อที่ชวนขำขัน ทำให้ยิ้มได้ระหว่างมิเนอร์ว่าและฟิเลียส ฟลิตวิก..เพื่อนร่วมโรงเรียน..เกี่ยวกับเรื่องที่หมวกคัดสรรต้องหนักใจกับความสับสนเรื่องเดียวกัน แต่กลับบรรลุข้อสรุปตรงข้ามกัน)  ทั้งสองผู้เป็นหัวหน้านักเรียนของบ้าน..สนุกสนานกับการคิดว่าพวกอาจจะแลกเปลี่ยนตำแหน่งกัน ในช่วงเวลาที่สำคัญในวัยเยาว์ของพวกเขา

มิเนอร์ว่าได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็วในฐานะนักเรียนดีเด่นที่สุดในชั้นปี ว่ามีความสามารถเฉพาะตัวด้านการแปลงร่าง  ในขณะที่เธอได้เดินหน้าด้านการเรียน เธอแสดงให้เห็นว่าได้สืบทอดความสามารถทั้งของแม่ และพ่อที่เป็นคนที่แข็งแกร่งทางด้านศีลธรรม  การเรียนในโรงเรียนของมิเนอร์ว่าได้เหลื่อมล้ำ(มีปัญหา)กับโพโมน่า สเปราต์(ต่อมาได้เป็นหัวหน้านักเรียนบ้านฮัฟเฟิลพัฟ) อยู่เป็นเวลาสองปี และหลังจากนั้นผู้หญิงทั้งสองคนก็มีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และเรื่อยไป

ก่อนจบการศึกษาของเธอที่ฮอกวอตส์ มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล มีบันทึกที่น่าประทับใจ ประกอบด้วย เกรดสูงสุดใน ว.พ.ร.ส., ส.พ.บ.ส., พรีเฟ็ค, หัวหน้านักเรียนหญิง และ ผู้ชนะรางวัลหน้าใหม่ที่มีแววด้านการแปลงร่างที่สุดในยุคนี้ (Transfiguration Today Most Promising Newcomer award)    ภายใต้คำแนะนำของอัลบัส ดัมเบิลดอร์ อาจารย์ประจำวิชาแปลงร่างผู้เป็นแรงบรรดาลใจของเธอ  เธอได้รับการดูแลเพื่อเป็นแอนนิเมจัส…ร่างในรูปแบบสัตว์ของเธอ(แมวลายสีน้ำตาลเทา ที่มีรอยกรอบแว่นตารอบๆดวงตา) พร้อมกับรอยตำหนิที่มีเอกลักษณ์เฉพาะถูกรับรองอย่างถูกต้องโดยการขึ้นทะเบียนแอนนิเมจัสของกระทรวงเวทมนตร์   นอกจากนี้ มิเนอร์ว่ายังเหมือนกับแม่ เธอเป็นผู้เล่นควิดดิชที่มีพรสวรรค  ถึงกระนั้นก็ตาม..การร่วงจากไม้กวาดเพราะการเล่นสกปรกในปีสุดท้ายของเธอที่ฮอกวอตส์ (การเล่นที่ไม่สะอาด ในเกมระหว่างกริฟฟินดอร์กับสลิธีรินที่จะตัดสินว่าใครจะเป็นผู้ชนะถ้วย) ทำให้ร่างกายเธอกระทบกระเทือน กระดูกซี่โครงหักบางส่วน และสร้างความปรารถนาในชีวิตที่จะเห็นสลิธีรินถูกบี้แหลกในสนามควิดดิช    แม้ว่าเธอจะลาจากควิดดิชเมื่อออกจากฮอกวอตส์ แต่การมีนิสัยชอบการแข่งขันท้าทายมาแต่กำเนิดของศาสตราจารย์มักกอนนากัล..ในภายหลัง..ได้ทำให้เธอเกิดความกระตือรือร้นสนใจในชะตากรรมของทีมของบ้านเธอ และยังคงจับตามองใช้สายตากว้างไกลมองหาเด็กที่มีพรสวรรค์ด้านควิดดิช

 

 

 

 

มิเนอร์ว่ากับ การอกหักเมื่อวัยสาว

 


เมื่อจบการศึกษาจากฮอกวอตส์ มิเนอร์ว่ากลับไปยังบ้านอันเป็นที่อยู่อาศัยของพระ เพื่อเพลิดเพลินกับฤดูร้อนครั้งสุดท้ายกับครอบครัวก่อนออกเดินทางไปลอนดอน ที่ซึ่งเธอได้รับเสนอตำแหน่งในกระทรวงเวทมนตร์ (กองบังคับควบคุมกฏหมายเวทมนตร์ : Department of Magical Law Enforcement)

….เดือนเหล่านี้ได้พิสูจน์ว่าเป็นช่วงเวลายามยากของชีวิตของมิเนอร์ว่าในวัยเพียงแค่สิบแปดปี ..เธอได้พิสูจน์ให้เห็นว่าเธอเป็นลูกสาวของแม่จริงๆ โดยการตกหลุมรักหัวปักหัวปำกับเด็กผู้ชายมักเกิ้ล

มันเป็นครั้งแรกและครั้งเดียวในชีวิตของมิเนอร์ว่า มักกอนนากัล ที่อาจกล่าวได้ว่าเธอหัวเสีย
ดูกัล แม็คเกรเกอร์ เป็นลูกชายที่หล่อ ฉลาด และตลก ของเจ้าของฟาร์มในท้องถิ่น    แม้ว่าจะไม่สวยเท่าแม่ แต่มิเนอร์ว่าก็เป็นหญิงฉลาดและมีไหวพริบ  ดูกัลและมิเนอร์ว่ามีนิสัยคล้ายกัน พวกเขาทั้งมีอารมณ์ขัน, สามารถโต้เตียงกันได้อย่างจริงจัง และรู้สึกอยากค้นหาลึกๆในตัวของแต่ละคนอย่างน่าประหลาด  ก่อนที่หนึ่งในพวกเขาจะรู้มัน ดูกัลก็ได้นั่งคุกเข่าในทุ่งไร่สำหรับทำฟาร์ม..ขอแต่งงาน..และมิเนอร์ว่าก็ตอบตกลง

มิเนอร์ว่ากลับบ้าน เธอตั้งใจจะบอกพ่อแม่เรื่องการหมั้นของเธอ แต่เธอก็ค้นพบตัวเองว่าเธอไม่สามารถทำเช่นนั้นได้  ทั้งคืน..เธอนอนแต่ไม่หลับ คิดเกี่ยวกับอนาคตของตัวเอง…   ดูกัลไม่รู้ว่าอันที่จริงแล้วมิเนอร์ว่าเธอเป็นอะไร และดูกัล..ก็ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเธอซึ่งไม่ต่างกับที่พ่อของเธอไม่รู้ความจริงเกี่ยวกับไอโซเบลก่อนที่พวกเขาจะแต่งงานกัน   มิเนอร์ว่ารู้เห็นว่าชีวิตการแต่งงานในอีกไม่นานอันใกล้ของเธอจะเป็นอย่างไรหากแต่งงานกับดูกัล  มันจะเป็นจุดสิ้นสุดของทั้งหมดแห่งความทะเยอทะยานของเธอ มันหมายความว่าไม้กายสิทธิ์จะถูกล็อคเก็บไว้ และลูกๆจะถูกสอนให้โกหก บางทีอาจจะต้องโกหกแม้แต่กับพ่อของตัวเอง   ….เธอไม่โกหกตัวเองว่าดูกัล แม็คเกรเกอร์จะไปลอนดอนด้วยกันกับเธอเมื่อเธอไปทำงานทุกวันที่กระทรวง  … เขากำลังคอยที่จะสืบทอดฟาร์มของบิดาของเขา

ในเช้าวันต่อมา มิเนอร์ว่าแล่นออกจากบ้านของพ่อแม่ และไปบอกดูกัลว่าเธอได้เปลี่ยนความคิดและไม่สามารถแต่งงานกับเขาได้  ด้วยความคำนึงถึงความจริงที่ว่าถ้าเธอละเมิดกฎหมายปกปิดนานาชาติ เธออาจจะเสียงานที่กระทรวง…ซึ่งทำให้เธอต้องปล่อยเขาไป  เธอไม่สามารถบอกเหตุผลที่ดีกับเขาเรื่องการเปลี่ยนใจของเธอ  เธอไปจากเขาที่ท่วมท้นด้วยความรู้สึก และเดินทางไปลอนดอนสามวันต่อมา

 

 

การงานในกระทรวงเวทมนตร์

ไม่มีความสงสัย ว่าความรู้สึกของเธอต่อกระทรวงเวทมนตร์ถูกแต้มสีด้วยความจริงที่ว่า.. เมื่อเร็วๆนี้ เธอเพิ่งเจ็บปวดจากวิกฤติทางอารมณ์ ..มิเนอร์ว่า มักกอนนากัล ไม่ได้สนุกสนานกับบ้านและที่ทำงานใหม่  เพื่อนร่วมงานบางคนของเธอมีทัศนคติที่ลำเอียงและอคติต่อมักเกิ้ล ซึ่งยิ่งทำให้เธอรู้สึกเคารพบูชาพ่อซึ่งเป็นมักเกิ้ลของเธอ และยิ่งสานต่อความรู้สึกรักที่เธอมีต่อดูกัล แม็คเกรเกอร์ …เธออาลัย…  แม้ว่าเธอจะเป็นพนักงานที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดและมีพรสวรรค์ อีกทั้งยังเป็นที่โปรดปรานรักใคร่ของเจ้านายที่มีอายุแก่กว่าเธอมาก อย่าง เอลฟินสโตน เออร์ควอร์ต (Elphinstone Urquart) แต่มิเนอร์ว่าไม่มีความสุขในลอนดอน และพบว่าตัวเธอคิดถึงสก็อตแลนด์  …ในที่สุด…หลังจากสองปีที่กระทรวง เธอก็ได้รับเลื่อนขึ้นตำแหน่งอันเป็นที่เคารพนับถือ แต่เธอพบว่าเธอตัดสินใจทิ้งข้อเสนอนี้     เธอส่งนกฮูกไปยังฮอกวอตส์ สอบถามว่าเธอพอจะพิจารณาให้เข้าสอนตามที่ประกาศรับได้หรือไม่  .. ภายในหนึ่งชั่วโมง นกฮูกถูกส่งกลับมา เสนอให้เธอทำงานในภาควิชาแปลงร่าง ภายใต้ตำแหน่งหัวหน้าวิชา จากอัลบัส ดัมเบิลดอร์

 

tumblr_ld9o0tlPh11qdibyzo1_500.jpg


 

มิตรภาพระหว่างอัลบัส ดัมเบิลดอร์

 

 

โรงเรียนต้อนรับการกลับมาของมิเนอร์ว่า มักกอนนากัลพร้อมความแช่มชื่นยินดี
มิเนอร์ว่าโผเข้าทำงานของเธอด้วยความกระตือรือร้นและเต็มไปด้วยพละกำลัง พิสูจน์ตัวเองว่าเธอเป็นอาจารย์ที่เข้มงวด แต่เต็มไปด้วยแรงบรรดาลใจ   …เธอคิดว่า…หากให้เธอเก็บจดหมายจากดูกัล แม็คเกรเกอร์ล็อคเก็บไว้ในกล่องใต้เตียง  วิธีนี้ (เธอบอกตัวเองอย่างหนักแน่น) คงดีกว่าเก็บไม้กายสิทธิ์ของเธอล็อคเก็บเอาไว้ตรงนั้น  อย่างไรก็ตาม มันเป็นเรื่องช็อกที่ได้รู้เรื่องที่พยายามลืม จากไอโซเบล (ระหว่างเนื้อความในจดหมายพูดคุยเกี่ยวกับข่าวท้องถิ่น) ว่าดูกัลได้แต่งงานกับลูกสาวของเจ้าของฟาร์มแห่งหนึ่ง

อัลบัส ดัมเบิลดอร์พบมิเนอร์ว่ายังอยู่ในห้องเรียนของเธอในช่วงดึกคืนนั้นและอาบไปด้วยน้ำตา ..และเธอก็ได้สารภาพเรื่องราวทั้งหมดกับเขา  อัลบัส ดัมเบิลดอร์ทั้งเล่าเรื่องให้เธอรู้สึกสบายขึ้นและให้คำสอนเกี่ยวกับสิ่งที่ผ่านมาของเขาที่ไม่เคยมีใครรู้ให้เธอฟัง รวมถึง..เล่าเรื่องบางอย่างเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของครอบครัวเขาเองอีกด้วย  ความเป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้..สามารถไว้เนื้อเชื่อใจแลกเปลี่ยนความรู้สึกในคืนนั้นของทั้งสองคน ในสถานที่ที่เป็นส่วนตัวที่สุด และเนื้อหาที่สงวนไว้เฉพาะสองคน ได้สร้างรากฐานแห่งความเคารพซึ่งกันและมิตรภาพที่ยั่งยืน

 

 

ชีวิตแต่งงาน

 


ระหว่างปีแรกๆที่ฮอกวอตส์ มิเนอร์ว่า มักกอนนากัลยังคงรักษาไว้ซึ่งมิตรภาพในแง่ของเพื่อนระหว่าง เอลฟินสโตน เออร์ควอร์ต เจ้านายเก่าที่กระทรวง   เขาได้ไปเยี่ยมเยียนเธอระหว่างช่วงวันหยุดพักผ่อนในสก็อตแลนด์ และนำมาซึ่งเซอร์ไพรส์ใหญ่และความลำบากใจ ด้วยการขอเธอแต่งงานในร้านน้ำชาของมาดามพุดดี้ฟุต (Puddifoot)  แต่ด้วยความรักที่ยังคงเหลืออยู่กับดูกัล แม็คเกรเกอร์ ..มิเนอร์ว่าจึงปฏิเสธเขาไป

อย่างไรก็ตาม เอลฟินสโตนไม่เคยหยุดที่จะรักเธอ หรือหยุดที่จะขอแต่งงานเป็นบางครั้งบางคราว…แม้ว่าเธอก็ยังคงปฏิเสธเขาต่อไป   อย่างไรก็ตาม..การเสียชีวิตของดูกัล แม็คเกรเกอร์ แม้จะบอบช้ำต่อจิตใจแต่ก็ปล่อยมิเนอร์ว่าสู่อิสระ   ไม่นาน..ก่อนที่โวลเดอร์จะมอร์จะพ่ายแพ้เป็นครั้งแรก…เอลฟินสโตน ที่ตอนนี้ผมขาวแล้ว ขอเธอแต่งงานอีกครั้งระหว่างการเดินเล่นในช่วงฤดูร้อนรอบ ๆ ทะเลสาบบริเวณฮอกวอตส์   ครั้งนี้ มิเนอร์ว่าตอบตกลงและอยู่เคียงข้างกับเอลฟินสโตนที่ตอนนี้เกษียณแล้วอย่างสุขสันต์ พวกเขาซื้อกระท่อมเล็ก ๆ ในฮอกส์มี้ดสำหรับทั้งคู่ และจากที่นี่ มิเนอร์ว่าก็สามารถเดินทางไปทำงานได้ง่ายทุกวัน

รู้จักกันดีในนักเรียนที่สำเร็จรุ่นต่อรุ่นในนาม ‘ศาสตราจารย มักกอนนากัล’  – แต่เป็นเช่นเดียวกันเสมอในบางอย่างของสตรี – มิเนอร์ว่าประกาศว่าเธอจะยังใช้ชื่อเดิมของเธอหลังจากแต่งงานแล้ว …กระนั้น…ผู้ที่ปฏิบัติตามประเพณีนิยมต่างสูดจมูกฟุตฟิด – ทำไมมิเนอร์ว่าถึงปฏิเสธที่จะยอมรับชื่อของเลือดบริสุทธิ์ และยังใช้ชื่อเดิมของพ่อมักเกิ้ลของเธอ?

 

 

การแต่งงาน (ตัดให้สั้นอย่างอนาถา แม้ว่ามันจะต้องถูกทำอย่างนั้นก็ตาม) เป็นการแต่งที่มีความสุขมาก แม้พวกเขาจะไม่มีลูกของพวกเขาเอง ก็มีหลานสาวและชายของมิเนอร์ว่า (ลูกๆของน้องชายแท้ๆของเธอ..มัลคอล์มและโรเบิร์ต) มาเป็นแขกขาประจำที่ไปเยี่ยมเยียนที่บ้านของพวกเขา …..นี่คือช่วงเวลาแห่งการเติมเต็มที่ยิ่งใหญ่สำหรับมิเนอร์ว่า…..

การเสียชีวิตของเอลฟินสโตนจากการกัดโดยเทนทาคูลาร์มีพิษ (Venomous Tentacula) หลังสามปีของการแต่งงานเป็นความโศกเศร้าอย่างใหญ่หลวงต่อทุกคนที่รู้จักคู่สามีภรรยานี้  มิเนอร์ว่าไม่สามารถฝืนทนที่จะอยู่คนเดียวในกระท่อมนั้นได้ แต่ก็เก็บของของเธอหลังจากงานศพของเอลฟินสโตน และย้ายกลับไปอยู่ในห้องนอนปูพื้นหินของเธอในปราสาทฮอกวอตส์ ซึ่งสามารถเข้าได้ผ่านประตูที่อำพรางอยู่หลังผนังห้องเรียนชั้นหนึ่งของเธอ   

… เป็นคนที่กล้าหาญและสันโดษ เธอเทพลังทั้งหมดในงานของเธอ และคนน้อยนัก – บางที อาจยกเว้นดัมเบิลดอร์ – ที่จะรู้..ว่าเธอเจ็บปวดมากเพียงใด …

ข้อมูล: JK Rowling ผ่าน Pottermore ภาพประกอบ: อินเทอร์เน็ต
แปลไทยและเรียบเรียงโดย: Renaissance www.HP-Platform934.com

http://www.hp-platform934.com/index.php/pottermore-article/item/225-minerva-mcgonnagall.html

** ข้อตกลงในการอ่าน-ใช้งาน: หากนำบทความนี้ไปใช้(ไม่ว่าเพื่อใช้เรียบเรียงหรือใช้ทั้งหมด) กรุณาให้เครดิต โดยระบุชื่อผู้แปลและ URL บทความต้นฉบับ ให้ชัดเจนด้วยนะคะ **

Report

What do you think?

กระทู้โดย hogwarts934

Familiars สัตว์เลี้ยงของแม่มด — Pottermore

การสร้าง ตราประจำบ้าน Pottermore — ตอนที่ 1